แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

ภาษาพาเพลิน ตอน "Keep your finger crossed"

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอด แม่แต่หมอดูที่ว่ากันว่าเก่งที่สุด ก็ยังทายผิดกันได้ เมื่อความแน่นอนมันกลายเป็นความไม่แน่นอน บางครั้งเราก็ต้องอาศัยโชคช่วย และนี่เองที่ทำให้มนุษย์เราอายพรให้กันด้วยคำว่า "ขอให้โชคดี" และคำที่เราได้ยินบ่อยๆในภาษาอังกฤษคือคำว่า "Good luck" ยังมีคำอื่นๆอีกหลายคำที่ใช้อวยพรให้โชคดึ

ผมเคยเขียนสำนวน "Break a leg" ซึ่งมันแปวว่าขอให้โชคดีเช่นกัน แต่ใช้กันในหมู่ศิลปินที่จะอวยพรกันก่อขึ้นเวทีโดยเฉพาะ ในวันนี้เราจะมาคุยกันถึงสำนวนเกี่ยวกับการอวยพรอีกสำนวนหนึ่ง "cross fingers" ซึ่งหมายถึงการอวยพรให้โชคดี เช่นเดียวกัน โดยปกติจะพบเห็นการใช้งานอยู่สองรูปแบบตือ "Cross fingers" และ "Keep fingers crossed" โปรดสังเกตุว่า ในแบบหลังนั้น กริยา crossed จะต้องมี -ed ด้วย และ fingers จะอยู่ในรูปพหูrจน์เสมอ (ต้องเติม s) ทั้งนี้เพราะว่าจำเป็นต้องใช้สองนิ้วจึงจำสามารถทำ Cross fingers

ตัวอย่าง
- We're crossing our fingers and hoping that the project implementation will be fine.
- Keep your fingers crossed, everyone, Jane's only got to answer one more question.
- What done is done, now you need those fingers for crossing.

โดยปกติจะเห็นได้น้อยมาก ที่คนพูดประโยค Cross fingers พร้อมกับทำนิ้วไขว้จริงๆ แต่เข้าใจว่ามันคงไม่ผิดอะไรครับ ลักษณะของ

การทำ Cross fingers จะใช้นิ้วกลวงไขว้มาบนนิ้งชี้ เป็นสัญลักษณ์อันเดียวกับ "อุ๊บอิ๊บ" ที่บ้านเราใช้กัน อุ๊บอิ๊บ ของเรามีความหมาย

เพื่อเป็นการบอว่า ที่พูดไปเมื่อกี้นี้ไม่นับนะ (ฉันโกหก) ซึ่งต่างกันโดนสิ้นเชิงกับความหมายของฝรั่ง

สัญลักษณ์นี้มีต้นกำเนิดมาจาการเชื่อในพระเจ้าของชาวคริสต์ มันเป็นสัญลักณ์ที่ใช้ในการวิงวองขอพระผู้เป็นเจ้า ให้ทำการปกป้องและคุ้มครองจากอันตรายเภทภัยต่างๆ ตลอดจนขอพระเจ้าอำนวยพรให้โชคดี ในบางส่วนจะใช้เมื่อเกิดการ 'โกหกสีขาว" หรือที่เรียกว่า "White lie" ซึ่งก็คือการโกหกอย้่างมีเจตนาดีและไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ผู้พูดโกหกก็จะทำ Cross fingers ในขณะที่พูดหรืออาจจะทำหลังจากพูดทันที ซึ่งมันก็จะคล้ายๆ "อุ๊บอิ๊บ" ในบ้านเรานั่นเอง เพราะชาวคริสต์เชื่อกันว่า การไขว้นิ้วนี้จะเป็นขอพลังจากพระปู้เป็นเจ้ามาคุ้มครองไม่ให้ตกนรกจากการพูดโกหก ต้นกำเนิดความเชื่อของคริสเตียนตรงนี้ สันนิษฐานว่ามาจากภาพวาดอันลื่อลั่นทีชื่อว่า "The last supper" ซึ่งในภาพนั้นพระเยซูได้ทำท่า Cross finger โดยที่สายตาจับจ้องไปเบื้องบน




วันนี้คุณได้รู้จักกับสำนวน Cross finger ที่ใช้ในการอวยพรให้โชคดี

Keep your fingers crossed, until we meet again. สวัสดีครับ

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รวมคำที่แปลว่าสวยๆงามๆ เอาไว้ชมแฟนตัวเอง ตอนที่ 1

วันนี้เรามาพูดถึงอะไรสวยๆงามๆ ให้โลกมันน่าอยู่บ้างดีกว่าะครับ จะว่าไปแล้ว ถ้าจะพูดถึงความสวยงาม เรามักจะใช้บ่อยๆกับคำว่า "Beautiful" เท่านั้น มันยังมีคำอื่นๆอีกหลายๆคำ ที่ความหมายใกล้เคียงกัน อย่าง "Beau" อ่านว่าโบนะครับ อย่างไปเผลอ่านว่าบิวหรือบาว เคยเจอคนอ่านอย่างนี้มาแล้วจริงๆ แต่ใครมันจะไปรู้ทุกอย่างมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่ใช่ภาษาบ้านเรา มันก็ผิดกันได้ อย่าไปซีเรียสเลย เรามาดูกันที่ละคำเลยครับ

Anne Hathaway แบบนี้จะเรียกว่าสวยแบบไหนดีนะ


Beautiful แปลว่าสวย อันนี้ใช้ได้กับสวยทั่วๆไป นอกจากสวยแล้วยังแปลว่าไพเราะอีกด้วย เช่น ถ้าพูดว่า "Marie has a very beautiful voice" ก็หมายความว่ามาริเอะมีเสียงที่ไพเราะมากๆ ในปัจจุบันนี้เราอาจจะเรียกว่าเสียงสวยก็ได้ครับ ถือว่าอณุโลมใช้ได้ แต่ในความเป็นจริง เสียงสวยไม่ได้ เพราะเสียงไม่มีรูปให้มองเห็น เอาจริงๆแล้วจะไม่ถูกตามหลักภาษาไทย ..แต่ช่างมันเถอะ ตำรามันเขียนที่หลัง ถ้าพูดกันจนเป็นปกติ ตำรามันจะอัพเดทตามคนพูดเอง ..จริงๆนะ ไม่ได้พูดเล่น มันเป็นความจริงที่คนมองข้าม แต่มันจริงเสมอ

Cute อันนี้ก็อ่านผิดกันบ่อยนะครับ ต้องอ่านว่า "คิวท์" ไม่ใช่ "คู๊ท" หรือ "คัท" อันนี้ก็เคยเจอคนอ่านผิดมา อาการหนักกว่าคำว่า Beau อีก เพราะคนที่อ่านผิดเป็นนักศึกษาปริญญาโทหลักสูครนานาชาติเลย ..ก็ไม่ได้ยกตัวอย่างมาเยอะเย้ยกันนะ มันผิดกันได้ทุกคนครับ ยกตัวอย่างให้เห็นว่าคนเรียนปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติยังอ่านผิดได้ แล้วเราทำไมจะอ่านผิดไม่ได้ล่ะครับ จะได้มีกำลังใจไง Cute แปลว่าน่ารัก ถ้าผู้หญิงที่หน้าตาจิ้มลิ้ม ไม่ได้สวยเหมือนนางงาม แต่ก็ดูน่านัก ๆ เราจะชมเธอว่่า "She 's so cute" ก็ได้นะครับ

Pretty คำนี้ก็เป็นอีกคำที่แปลว่าน่ารักอีกคำหนึ่ง ถ้าถามว่าแล้วมันต่างจาก Cute อย่างไร อันนี้ตอบยากครับ ผมขอว่าไปตามที่เคยเห็นเขาใช้กันนะคับ ผิดถูกอย่างไรถ้าอยากทราบจริงๆ อาจะต้องไปค้นคว้าอีกที คือคำว่า "Cute" ผมเห็นว่าเขาใช้ขมได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงครับ ชมได้เป็นการทั่วไป แต่ Pretty นี่ใช้กับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ใช้กับผู้ชายในกรณีเฉพาะถ้าผู้ชายคนนั้นหน้าหวานมากๆ ประมาณกอล์ฟ-ไมค์ หรือนิชคุณ เราถึงจะเรียกว่าเป็น "Pretty boy" ได้ ผู้ชายหน้าตาอย่างป๋อ นัฐวุฒิ เราอาาจชมว่า Cute ได้ แต่ชมว่า Pretty ไม่ได้ครับ แต่จำไว้ว่าผู้ชายชมผู้ชายว่า cute ไม่ได้นะครับ เพราะมันจะฟังคล้ายๆกับเป็นคู่เกย์ ผู้หญิงชมผู้ชายว่า cute ได้ครับ

Marie Digby นี่ก็สวยไปอีกแบบครับ
Adorable คำนี้ก็แปลว่าสวยครับ แต่เป็นคำที่ใช้กับผู้ชายได้ด้วย ในภาษาไทยเราไม่ชมว่าผู้ชายสวย ในภาษาอังกฤษเราก็ไม่ชมผู้ชายว่า Beautiful เช่นกัน แต่ถ้าเป็นคำว่า adorable เราใช้ชมได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บางทีก็แปลว่า "น่าหลงไหล" ครับ จริงๆแล้ว มันแปลได้ว่า สวย/หล่อ/น่าหลงไหล/น่าชื่นชม แล้วแต่บริบทครับ เวลาเจอผู้ชายที่หน้าตาธรรมดาบุคลิคขรึมๆแต่ดูแล้วมาดดี อย่างนี้จะชมว่า Cute ก็ไม่เหมาะ Beautiful ยิ่งไม้ได้ ก็ใช้ว่า "He's so adorable" ก็ได้ครับ

Gorgeous อ่านว่า "จอร์เจียส" หรือ "กอร์เจียส" แปลว่าสวย(อีกแล้ว) แต่อันนี้จะสวยออกไปทางสวยหรู ดูโอ่อ่า ใช้ชมสิ่งของที่หรูๆ ก็ได้ครับ ถ้าชมผู้หญิง มันใกล้เคียงกับคำว่า "สวยเริ่ด" และคำนี้ไม่ใช้ชมผู้ชายอย่างเด็ดขาด

Stunning คำนี้ก็แปลว่าสวย และผมชอบมากที่สุดเลยครับ มันให้ความรู้สึกว่า สวยจริง สวยอย่างกับนางฟ้า คือมันสวยแบบว่าตะลึง ประมาณว่ามันสวยขนาดนี้เลยเหรือ สวยจนต้องทึ่งประมาณนี้แหละครับ ไม่ได้ใช้ชมคนอย่างเดียวนะ จริงๆใช้ชมสิ่งของมากกว่าคนเสียด้วยซ้ำไป นึกถึงงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยจนน่าทึ่ง เราใช้คำว่า Stunning ได้อย่างเหมาะที่สุดเลย

ผมว่ามันชักจะยาวๆแล้ว คือผมรู้มาว่าคนไทยไม่ชอบอ่ายอะไรยาวๆ ผมขอต่อตอนสองดีกว่า คือคำว่าสวย/งาม/น่ารัก/ดูดี/หล่อ มีอีกเป้นกระบุงไม่ตำกว่า 20 คำ แบ่งๆไปเขียนวันหลังบ้างละกันครับ

วันนีคุณได้เรียนรู้ศัพท์ Gorgeous, Adorable, Pretty, Cute, Beautiful, และ Stunning ซึ่งทั้งหมดเอาไว้ชมความสวยงามของคน/สัตว์/สิ่ิงของ ซึ่งแต่ละคำให้ความรู้สึกต่างๆกันไป และบางทีใช้กับเพศที่ต่างกัน ก็ต้องเลือกใช้ให้ถุกนะครับ

แล้วพบกันใหม่ .. สวัสดี

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ลอนดอน (Olympic games 2012 London)

พิธีเปิดโอลิมปิคเกมส์ลอนดอน (Olympic games 2012 London)



(คลิปอยู่ด้านล่างของบทความครับ)

มีข้อถกเถียงกันถึงความยิ่งใหญ่ใน พิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอน เปรียบเทียบกับโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง ผมขออนุญาตินำความเห็นของ Ai Weiwei แห่ง The Guardian มาให้พวกเราได้อานนะครับ มาดูว่าชาวจีนเขาคิดกันอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกบ้านตัว เองเมื่อปี 2008 กับพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอนครับ

 

Olympic opening ceremony:

Ai Weiwei’s review
The leading Chinese artist who withdrew from Beijing’s opening ceremony explains why London’s was very different

 

พิธีเปิดโอลิมปิก:

รีวิวสืโดย:Ai Weiwei
ศิลปินชั่นแนวหน้าของจีนซึ่งถอนตัวออกจากพิธีเปิดปักกิ่งเกมส์ ได้อธิบายว่าทำไมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอนถึงได้สร้างความต่างได้อย่างมากมายนัก

Brilliant. It was very, very well done. This was about Great Britain; it didn’t pretend it was trying to have global appeal. Because Great Britain has self-confidence, it doesn’t need a monumental Olympics. But for China that was the only imaginable kind of international event. Beijing’s Olympics were very grand – they were trying to throw a party for the world, but the hosts didn’t enjoy it. The government didn’t care about people’s feelings because it was trying to create an image.

มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม ทำได้ดี และดีมาก นี่เป็นเรื่องราวของเกรทบริเตน (Great Britain) ไม่ใช่เป็นแค่การแสร้งทำเพื่อให้ชาวโลกหันมามอง เพราะว่าเกรทบริเตน มีความมั่นใจในตนเอง ไม่จำเป็นจะต้องสร้างความยิ่งใหญ่ให้โอลิมปิกกลายเป็นอนุสรณ์แต่อย่างได แต่สำหรับประเทศจีนนั้น พิธีเปิดโอลิมปิกมันเป็นอีเวนต์เดียวในระดับนานาชาติเท่าที่ผู้คนพอจะนึกออก โอลิมปิกที่ ปักกิ่งนั้นยิ่งใหญ่มาก จีนพยายามที่จะทำให้เป็นงานรื่นเริงของชาวโลก แต่ผู้จัดก็ไม่ได้พอใจกันมันนัก รัฐบาลไม่ได้สนใจต่อความรู้สึกผู้คน เพราะพวกเขาก็แค่ต้องการสร้างภาพ

In London, they really turned the ceremony into a party – they are proud of themselves and respect where they come from, from the industrial revolution to now. I never saw an event before that had such a density of information about events and stories and literature and music; about folktales and movies.

ในลอนดอน, พวกเขาเปลี่ยนพิธีเฉลิมฉลองให้ กลายเป็นงานรื่นเริง พวกเขามีความภูมิใจในตัวเอง และให้ความสำคัญกับรากเหง้าของตนเอง ตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม จนกระทั่งปัจจุบัน ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ที่การจัดงานครั้งไหนที่ประกอบไปด้วยสาระอันแน่นแฟ้น เกี่ยวกับเหตุการณ์, เรื่องราว, เรื่องทีผู้คนกล่าวขานกันมา, ดนตรี, และภาพยนต์ รวมกัน

At the beginning it dealt with historical events – about the land and machinery and women’s rights – epically and poetically. The director really did a superb job in moving between those periods of history and today, and between reality and the movies. The section on the welfare state showed an achievement to be truly proud of. It clearly told you what the nation is about: children, nurses and a dream. A nation that has no music and no fairytales is a tragedy.

ในช่วงเริ่มต้น เป็นการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ด้วยบทกวีและเรื่องราวเกี่ยวกับแผ่นดิน เครื่องจักร และสิทธิสตรี ผู้กำกับประสพความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ในการเคลื่อนผ่านเรื่องราวระหว่างยุคที่เป็นประวัติสาสตร์ และความเป็นปัจจุบัน และระหว่างเรื่องราวความเป็นจริงกับเรื่องราวในภาพยนต์ มันคือความยิ่งใหญ่ที่ผู้คนจะภาคภูมิใจ และมันเป็นการแสดงที่จะบอกคนดูได้อย่างชัดเจนว่าความเป็นประเทศอังกฤษคือ อะไร ซึ่งมันก็เกี่ยวกับ เด็กๆ, การใส่ใจกับความรู้สึกผู้คน, และความฝันของผู้คน ประเทศไหนที่ไม่มีดนตรี ไม่มีนิยายแฟรี่เทล นับว่าเป็นประเทสที่น่าเศร้าสุดๆ

There were historical elements in the Beijing opening ceremony, but the difference is that this was about individuals and humanity and true feelings; their passion, their hope, their struggle. That came through in their confidence and joy. It’s really about a civil society. Ours only reflected the party’s nationalism. It wasn’t a natural reflection of China.

ในพิธีเปิดปักกิ่งเกมส์ มันก็มีส่วนประกอบที่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่เหมือนกัน แต่มันแตกต่างตรงที่ พิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ที่ นี่(ที่ลอนดอน) มันเกี่ยวกับเรื่องของบุคคล มวลมนุษยชาติ ความรู้สึก สิ่งที่ผู้คนหลงไหล ความฝันของพวกเขา การต่อสู้ดิ้นรนของพวกเขา ซึ่งได้ส่งผ่านออกมาในความเชื่อมั่นและความสุขของพวกเขา มันเป็นเรื่องราวจริงๆของผู้คนในอังกฤษ ในขณะที่พิธีเปิดที่จีนมันก็เป็นแค่งานรื่นเริงระดับชาติ ไม่ได้สท้อนถึงรากเหง้าของประเทศจีนเลย

Few of the people were performers. They were ordinary people who contribute to society – and if there is a celebration, then it should be for everyone from the Queen to a nurse. I feel happy that they can all have their moment to tell their story.
It was about real people and real events and showed the independent mind of the director, but at the same time it had so much humour. There was a strong sense of the British character.

ใช้คนแสดงน้อยมาก, พวกนักแสดงก็เป็นคนธรรมดาๆ ที่อาสามาทำงานให้กับส่วนรวม และเมื่อมีการเฉลิมฉลอง มันก็ควรจะเป็นการฉลองของทุกๆคนตั้งแต่พระราชินีจนถึงรากหญ้า ฉันรูัสึกดีที่ได้เห็นพวกเขามีช่างเวลาที่ได้สื่อเรื่องราวของตัวเองออกมา มันเป็นเรื่องราวของผู้คนจริงๆ เหตุกาณ์จริงๆ และยังแสดงให้เห็นว่าผู้กำกับได้รับอิสระทางความคิดในการที่จะสร้างผลงาน เช่นนี้ออกมา ใขณะเดียวกันมันก็สื่อถึงความมีอารมณ์ขันของคนอังกฟษได้อย่างดีอีกด้วย นี่แหละมันบ่งบอกเอกลักษณ์ของความเป็นอังกฤษเลย

The Chinese ceremony had so much less information and it wasn’t even real. It wasn’t only about the little girl who was miming – which was an injury to her and the girl whose voice was used – but that symbolically showed the nation’s future. You can’t trust or rely on individuals or the state’s efforts.

ในพิธีเปิดที่ปักกิ่งนั้น มีสาระน้อยมากๆ และไม่ได้เป็นสาระที่เป็นจริงด้วยซ้ำไป มันไม่ใช่แค่เรื่องราวลวงโลกที่เด็กหญิงออกมาร้องลิปซิงค์เท่านั้น นอกจากมันจะกลายเป็นความเสื่อมเสียไปที่เด็กสองคนแล้ว ก็ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอนาคนของชาติ คุณไม่สามารถเชื่อถืออะไรได้ทั้งเรื่องในระดับบุคคล หรือเรื่องที่รัฐจัดมาให้ก็ตาม

หมายเหตุจากผู้แปล: ในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่ปักกิ่ง ปี 2008 มีเด็กน้อยออกมาร้องเพลงชาติได้เพราะมาก และมันทำให้เธอดังไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน แต่ไม่มี่วันต่อมาก็ปรากกความจริงว่า แท้จริงแล้วม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็นเสียงของเด็กหญิงอีกคนหนึ่ง เนื่องจากคณะกรรมการจัดพิธเห็นว่าเด็กที่เสียงเพราะนั้นถึงจะหน้าตาน่ารัก แต่ก็มีฟันที่เก จึงเฟ้นหาเด็กหน้าตาดีเพอร์เฟคมาเข้าฉากแทน ทั้งๆที่เธอซ้อมร้องมาเป็นปีๆ

In London there were more close-ups – it didn’t show the big formations. It had the human touch. In Zhang Yimou’s opening ceremony there was almost none of that. You could not push into a person’s face and see the human experience. What I liked most with this was that it always came back to very personal details. And that’s what makes it a nation you can trust; you see the values there. Anyone who watched it would have a clear understanding of what England is.

ในพิธีเปิดที่ลอนดอน มันเป็นเรื่องราวที่เจาะลึกลงไปมากกว่า, ไม่ได้เป็นการแสดงที่โชว์รูปแบบความพร้อมเพรียง แต่มันเป็นเรื่องราวที่ประทับในความรู้สึกผู้คน ซึ่่งในพิธีเปิดที่จีนแทบจะหาแบบนี้ไม่ได้เลย คนดูจะไม่สามารถมองลงไปไปที่ใครสักคน เพื่อมองประสพการณ์ของผู้คนโดยรวมได้ สิ่งที่ฉันชอบมาที่ลอนดอนนี่ก็คือ การที่เรื่องราวที่ดำเนินไปจะย้อนกลับมาอธิบายสิ่งทีเป็นรายละเอียดด้านลึกๆ ของผู้คนในอังกฤษ และนั้นเป็นอะไรที่รวมกันเป็นชาติที่มีความเชื่อถือได้ คุณจะมองออกถึงคุณค่าที่มีอยู่ในนั้น ใครก็ตามที่ได้ดูก็จะเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าความเป็นอังกฤษมันคือ อะไร


ชมคลิปวีดิโอพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอน แบบเต็มๆได้ที่นี่ครับ

ที่มา: www.smileyfox.com

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ภาษาพาเพลิน ตอน "รวมคำย่อยอดฮิต"

OMG, BRB, WTF, TTY, AKA, BTW, LOL, LMAO, ROTF และอื่นๆอีกมากมาย

ผมได้นำเสนอคำย่อไปบ้างแล้วในบางตอน แต่ว่าใน 1 ตอนมันมีแค่ 1 คำ จึงมีความรู้สึกว่ามันคงจะไม่จุใจผู้อ่าน ทำไมไม่รวมเอาไว้เยอะๆ ในตอนเดียวเลย

ปัจจุบันนี้คำย่อได้ถูกนำมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใน "ภาษา chat" บ้างก็ว่าเป็นการทำภาษาวิบัติ ตรงนี้ผมคงบอกว่าแล้วแต่มุมมองนะครับ สำหรับผมเรียกมันว่า "วิวัฒนาการของภาษา" (ท่านสามสีจะโกรธไหมเนี่ย) ไม่ใช่แค่เรียกโก้ๆนะครับ แต่มันเป็นวิวัฒนาการจริงๆ มันเกิดขึ้นเนื่องมาจากวิธีการติดต่อสื่อสารที่เปลี่ยนไป ถ้าเราจะเรียกมันว่า "วิบัติ" เราก็ต้องถือว่า คำสุภาพๆอย่างคุณ,ผม,เรา,นาย,เธอ,ที่รัก พวกนี้ต้องถือว่าวิบัติกันหมด เพราะไม่มีในภาษาไทยสมัยก่อนเลย ในสมัยพ่อขุนรามฯ เราใช้สรรพนามว่า "มึง" และ "กู" เท่านั้น เวลาคุณสามีเรียกคุณภรรยาก็ไม่ได้เรียกที่รักอย่างสมัยนี้ แต่เรียกอีแดง อีเขียว อีเย็น แล้วแต่ภรรยาจะชื่ออะไร แต่ปัจจุบันเราบอกว่าภาษาพ่อขุนรามนี้ช่างไม่สุภาพเอาเสียเลย การเปลี่ยนแบบนี้มันต่างอะไรกับแบบที่เรียกว่าวิบัติล่ะครับ เดี๋ยวจะยาวเกินไป ผมขอเข้าเรื่ิองคำย่อก่อน แล้วไปว่ากันต่อเรื่องวิบัติในตอนท้าย

รวมคำย่อที่ยังใช้ในปัจจุบันทั่งในการแช็ทการเขียนทั่วไป และบางที่ก็ในการพูดด้วย(มีมากกว่านี้ แต่บางคำเขาไม่ใช้แล้วผมก็ไม่เอามาลงครับ)

A
A3 Anytime, anywhere, any place
AAK Asleep at keyboard
AAP Always a pleasure
AFK Away from keyboard
AKA Also known as
AMOF As a matter of fact
ASL Age/sex/location
ATB All the best
ATM At the moment
AYDY Are you done yet?
AYSOS Are you stupid or something?
AYS Are you serious?
AYT Are you there?

B
B2W Back to work
B/F Boyfriend
B4 Before
B4N Bye for now
BA Bad arse (ass)
BBL Be back later
BHL8 Be home late
BION Believe it or not
BOL Best of luck
BRB Be right back
BRD Bored
BTA But then again
BTW By the way

C
CB Coffee break
CMB Call me back
CMIIW Correct me if I'm wrong
CRBT Crying really big tears
CSL Can't stop laughing
CU See you
CUL See you later
CUL8R See you later
CYO See you online

D
DIKU Do I know you?
DL Download
DM Doesn't matter
DNC I do not understand (does not compute)
d00d Dude
DTS Don't think so
DUR Do you remember?

E
E1 Everyone
E123 Easy as one, two, three
EOD End of discussion
EOL End of lecture
EOM End of message
EZ Easy

F
F2F Face to face
FC Fingers crossed
FYEO For your eyes only
FYA For your amusement
FYI For your information

G
G/F Girlfriend
G2CU Good to see you
G2G Got to go
GA Go ahead
GB Goodbye
GFI Go for it
GF Girl friend
GG Gotta Go
GGP Got to go pee
GL Good luck
GN Good night
GNSD Good night, sweet dreams
GOI Get over it
GR8 Great
GRATZ Congratulations
GTG Got to go

H
H8 Hate
H&K Hugs & kisses
HAND Have a nice day
HRU How are you?
HTH Hope this helps
HUB Head up butt
HW Homework
HMU Hit me up!
I
I2 I too (me too)
IC I see
IDK I don't know
IDTS I don't think so
ILU I love you
ILY I love you
IMO In my opinion
IMS I am sorry
IOW In other words
IYO In your opinion
IYSS If you say so

J
JAM Just a minute
JFF Just for fun
JIC Just in case
JLMK Just let me know
JMO Just my opinion
JTLYK Just to let you know
JW Just wondering

K
K Okay
KK Knock, knock
KK Okay, Okay!
KB Keyboard
KEYA I will key you later
KEYME Key me when you get in
KFY Kiss for you
KOTC Kiss on the cheek
KOTL Kiss on the lips
KNIM Know what I mean?

L
L2G Like to go?
L8R Later
LH6 Let's have sex
LMAO Laughing my arse (ass) off
LMK Let me know
LOL Laughing out loud
LOLO Lots of love
LQTM Laughing quietly to myself
LTD Living the dream
LTNS Long time no see
LY Love you
LYSM Love you so much

M
M8 Mate
MC Merry Christmas
MEGO My eyes glaze over
MUSM Miss you so much
MYOB Mind your own business

N
n00b Newbie
N2M Nothing too much
NBD No big deal
NE Any
NE1 Anyone
NFM None for me / Not for me
NM Never mind
NO1 No one
NOYB None of your business
NP No problem

O
OIC Oh, I see
OJ Only joking
OM Oh, my
OMG Oh my God
OMW On my way
OOH Out of here
OOTD One of these days
OOTO Out of the office
OP On phone
OTB Off to bed
OTFL On the floor laughing
OTL Out to lunch
OTOH On the other hand
OTP On the phone
OTT Over the top

P
PAW Parents are watching
PCM Please call me
PEEPS People
PIP Peeing in pants (laughing hard)
PITA Pain in the arse (ass)
PL8 Plate
PLMK Please let me know
PLS Please
PLU People like us
PLZ Please
PM Private Message
PMFI Pardon me for interrupting
POV Point of view
PPL People
PRON Pornography
PTMM Please tell me more
PXT Please explain that

Q
Q Queue
QIK Quick
QL Quit laughing
QQ (qq) Crying eyes
QQ Quick question
QT Cutie

R
RLY Really
RME Rolling my eyes
ROFL Rolling on floor laughing
ROFLMAO Rolling on the floor, laughing my arse off
ROTFL Rolling on the floor laughing
RSN Real soon now
RTMS Read the manual, stupid
RTSM Read the stupid manual
RU Are you?
RUMOF Are you male or female?
RUT Are you there?
RUOK Are you okay?
RYS Read your screen
RYS Are you single?

S
S2S Sorry to say
SAL Such a laugh
SBT Sorry 'bout that
SDMB Sweet
SH Same here
SH^ Shut up
SIG2R Sorry, I got to run
SIT Stay in touch
SOAB Son of a bitch
SOL Sooner or later
SOMY Sick of me yet?
SorG Straight or gay?
SOS Help
SPST Same place, same time
SRY Sorry
SS So sorry
SSDD Same stuff, different day
SSINF So stupid it's not funny
ST& D Stop texting and drive
STFU Shut the fuck up
STR8 Straight
SUITM See you in the morning
SUL See you later
SUX It sucks
SWAK Sent (or sealed) with a kiss
SWALK Sent (or sealed) with a loving kiss
SYL See you later
SYS See you soon

T
T4BU Thanks for being you
TA Thanks a lot
TAFN That's all for now
TAM Tomorrow a.m.
TAU Thinking about you
TBC To be continued
TBD To be determined
TBH To be honest
TBL Text back later
TC Take care
TCOY Take care of yourself
TDTM Talk dirty to me
TFS Thanks for sharing
THX Thanks
TLK2UL8R Talk to you later
TL Too long
TMB Text me back
TMI Too much information
TMOT Trust me on this
TMTH Too much to handle
TOJ Tears of joy
TOU Thinking of you
TOY Thinking of you
TPM Tomorrow p.m.
TSNF That's so not fair
TU Thank you
TTYL Talk to you later
TTYS Talk to you soon
TY Thank you
TYVM Thank you very much

U
UDM You da man
UFB Un fucking believable
UFN Until further notice
UGTBK You've got to be kidding
UR Your / You're
URA* You are a star
URH You are hot (U R Hot)
USU Usually
UW You're welcome

V
VBS Very big smile
VM Voice mail
VN Very nice

W
W@ What?
W/ With
W3 WWW (Web address)
W8 Wait
WAH Working at home
WAJ What a jerk
WAM Wait a minute
WAYF Where are you from?
WB Welcome back
WBU What about you?
WCA Who cares anyway
WE Whatever
WDYT What do you think?
WITW What in the world
WRT With regard to
W/O Without
WTB Wanted to buy
WTG Way to go
WTF    What the fuck.
WU What's up?
WUF Where are you from?
WUP What's up?
WYD What (are) you doing?


X
X Kiss
X! Typical woman
XME Excuse Me
XLNT Excellent

Y
Y? Why?
Y2K You're too kind
YF Wife
YGG You go girl
YIU Yes, I understand
YNK You never know
YR Yeah right
YSYD Yeah sure you do
YT You there?
YW You're welcome

Z
Z% Zoo
ZH Sleeping hour
ZOT Zero tolerance
ZUP What's up?
ZZZ Sleeping (or bored)

Others
? I have a question
?4U I have a question for you
14AA41 One for all, and all for one
1DR I wonder
2G2BT Too good to be true
4COL For crying out loud
4EAE Forever and ever
6Y Sexy

ครับ ครบถ้วนกระบวนความ ผมแนะนำว่าเราไม่ควรไปท่องจำมัน คือถ้าคำมันจะเกิดเราจะได้เห็นคนเอาไปใช้ แล้วพอเราสงสัยก็มาเปิดดูแล้วจะจำได้เอง แต่ถ้าพยายามจำให้ได้ แล้วใช้ "พร่ำเพรื่อ" บางทีอาจเป็นที่รำคาญของคนที่คุยด้วยครับ คนบางคนเขาก็แอนตี้มากๆเลย เพราะเขารับรู้มาว่าคำพวกนี้จะทำให้ภาษาวิบัติ

ผมได้บอกในตอนต้นแล้ว ผมเรียกมันว่า "วิวัฒนาการทางภาษา" หลายๆคำมันจะตายไปเอง อย่างในบ้านเรา 30 ปีที่แล้วมีคำว่าเด็กฮาร์ท ตามมาด้วยเด็กซิ่ง ขาโจ๋ วัยจ๊าบ และวัยใส คำพวกนี้เคยใช้เรียกวัยรุ่นไทยในแต่ละยุคสมัย ถ้าศึกษาดูดีๆ จะเห็นว่ามันมีความเป็นวิชาการร่วมอยู่ด้วย เพราะมันได้บ่งบอกลักษณะร่วมบางอย่างของเด็กไทยในแต่ละยุคเอาไว้ แต่ในที่สุดคำเหล่านั้นมันก็ตายไปเอง ตามธรรมชาติ อย่างชิมิ ชิมิ จะว่าไปมันตายไปแล้ว แต่ท่านสามสีดันทะลึ่งไปขุดขึ้นมาอีก แต่นักวิชาการจริงๆ ตั้งหน้าตั้งแต่แอนตี้มันมากจนเกินไป จึงไม่ได้ศึกษาความเป็นวิชาการจากมัน น่าเสียดาย และถือว่าพวกคุณไม่ได้ทำหน้าที่ "นักวิชาการ" เลย

ธรรมชาติของการพิมพ์คุยกันทางอินเตอร์เน็ต แน่นอนว่าเราไม่เห็นหน้ากัน จึงไม่สามารถสื่ออารมณ์ทางสายตาหรือทาง body language กันได้ จึงมีการคิดค้นการแสดงอารมณ์ออกมาทางคำที่พิมพ์ เช่น "คิดถึงมาก" มันแห้งๆไปไหมครับ แต่ถ้า "คิดถึงมวากกกส์" มันให้ความรู้สึกว่ามันมากจริงๆ และมีความสนิมสนมคุ้นเคยรวมอยู่ในนั้นเสร็จสรรพ ทางฝรั่งเขาก็มี Muahhh! แสดงการจุจุ๊บกัน.. แล้วผมควรเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าวิวัฒนาการไหมครับ

ในปัจจุบันมีการใช้ emoticons ในการบอกอารมณ์ผู้พูด นี่ก็เป็วิวัฒนาการอย่างหนึ่ง ที่พัฒนามาจาก วิธีการแบบเก่าที่ใช้ตัวอักขระมาประกอบกันเพื่อแสดงอารมณ์ เช่น :-) แทนการยิ้ม :-p แทนการแลบลิ้นเป็นต้น เพราะการแสดงอารมณ์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการสื่อสารไงล่ะครับ แล้วคำที่เรียกว่าวิบัติทั้งหลายเหล่านั้น มันล้วนเกิดจากการที่ีคนอยากเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่หายไปจากการสื่อสารทั้งนั้น รวมทั้ง ชิมิ ชิมิ ก็เป็นการเติมเต็มอารมณ์ของการสนทนาที่หายไปเช่นเดียวกัน

จะใช้อย่างไรก็ตาม ให้คำนึงถึงกาละเทศะเป็นสำคัญ ถ้าคุณไป ชิมิ ชิมิ ตอนสัมภาษณ์งาน ผมคงไม่ต้องบอกหรอกว่าไม่เหมาะ และเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เขาก็รู้กันอยู่แล้ว ผู้ใหญ่ทั้งหลายไม่ต้องเป็นห่วงครับ ถ้าคำมันจะเกิดมันก็จะเกิด ถ้ามันจะตายมันก็ตาย สมัยคุณปู่ยังหนุ่ม เขาใช้คำว่า "มะ" แทนคำว่า "เทห์" ในสมัยนี้ แหมกางเกงตัวนี้มะจังเลยเธอ คุณทวดได้ยินแล้วก็ว่า ไอ้เด็กสมัยนี้(นั้น) มันพูดภาษาอะไรกันฉันไม่เข้าใจ แล้วพอมาถึงรุ่นเหลนเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ เพราะคำมันตายไปกับกาลเวลาตั้งแต่รุ่นปู่นั่นแหละ ถ้าสมัยนี้มันก็ต้องเสื้อตัวนี้กิ๋บเก๋สุดๆ

ถ้าเราซีเรียสกันมาก ป่านนี้เราคงจะยังเรียกน้ำมะนาวว่า "น้ำมะเน็ด" (มาจาก เลมอนเนด ในภาษาอังกฤษ) หรือเรียกไขควงว่า "สกรูไร" กันต่อไป ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่าไหม?

พบกันใหม่ตอนหน้า